5 ขั้นตอนเบื้องต้น ในการขจัดคราบน้ำมันจากเครื่องยนต์ด้วยตัวเอง
เมื่อเราใช้รถยนต์ไปนานๆ นอกจากการตรวจเช็คสภาพรถให้พร้อมอยู่เสมอแล้ว เราควรที่จะต้องดูให้ลึกโดยเฉพาะคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ตามเครื่องยนต์หรือฝากระโปรงรถ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้รถดูสกปรกเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อการระบายความร้อน หรือแม้แต่การทำงานของเครื่องยนต์ในระยะยาวได้อีกด้วย วันนี้ Biomotor Thailand จะมาบอกถึง 5 ขั้นตอนในการใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ตามเครื่องยนต์ให้กลับมาสพอาดกันอีกครั้งมาฝากค่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูพร้อมกันเลย
คราบน้ำมันเครื่องยนต์เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นคราบจากการรั่วซึม คราบสะสมในห้องเครื่อง หรือคราบน้ำมันที่เกาะตามชิ้นส่วนโลหะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาจทำให้เครื่องยนต์สกปรก ระบายความร้อนได้ไม่ดี และยากต่อการตรวจสอบการรั่วในอนาคต
การใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำมันจากเครื่องยนต์อย่างถูกขั้นตอน จะช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ทำลายชิ้นส่วนและสามารถทำเองได้ที่บ้าน
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนทำความสะอาดคราบน้ำมันรถยนต์
ก่อนที่จะเริ่มทำความสะอาดคราบรอยน้ำมันของเครื่องยนต์ต่างๆ จะต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ และสิ่งของดังต่อไปนี้
-
น้ำยาขจัดคราบน้ำมันสำหรับรถยนต์ (ให้เลือกสูตรที่ไม่กัดพลาสติกหรืออลูมิเนียมเท่านั้นนะ)
-
แปรงขนนุ่มหรือแปรงสีฟันเก่า หรือเป็นแปรงขัดทั่วไปก็ได้ แต่ต้องเป็นขนนุ่มเท่านั้นเพราะกันการเกิดรอยตอนขัดทำความสะอาดขึ้นได้
-
ผ้าสะอาดหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ ไว้เช็ดทำความสะอาดหลังใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำมันเสร็จ
-
ถุงมือยางสำหรับกันสารเคมี เพราะอาจเกิดอาการแพ้ขึ้นได้ รวมถึงหน้ากากปิดจมูกกันการสูดดมสารเคมี
-
น้ำสะอาด (อาจใช้สเปรย์ฉีดน้ำแรงดันต่ำ)
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมอุปกรณ์และพื้นที่
-
น้ำยาขจัดคราบน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์
-
แปรงขนอ่อน / แปรงสีฟันเก่า
-
ผ้าไมโครไฟเบอร์
-
ถุงมือยาง
ควรจอดรถในที่อากาศถ่ายเท และดับเครื่องยนต์ให้เย็นก่อนเริ่มทำความสะอาด
ขั้นตอนที่ 2: ป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้า
คลุมหรือหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น กล่อง ECU ขั้วแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันความเสียหาย
การดูแลความสะอาดช่วยให้ ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ ทำงานได้ดีขึ้น
ขั้นตอนที่ 3: ฉีดน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน
ฉีดน้ำยาลงบนบริเวณที่มีคราบน้ำมันโดยตรง ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนฉลาก เพื่อให้น้ำยาทำปฏิกิริยากับคราบ
ขั้นตอนที่ 4: ขัดและล้างออก
ใช้แปรงขนอ่อนขัดเบา ๆ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ
ขั้นตอนที่ 5: เช็ดให้แห้งและตรวจสอบ
เช็ดเครื่องยนต์ให้แห้ง ตรวจสอบว่าคราบถูกขจัดหมดหรือไม่ และดูว่ามีจุดรั่วซึมเพิ่มเติมหรือไม่
เคล็ดลับเพิ่มเติมในการล้างด้วยน้ำยาขจัดคราบน้ำมันรถยนต์
-
ให้ล้างในที่ร่มหรือช่วงเวลาเย็น เพื่อป้องกันการระเหยของน้ำยาที่เร็วเกินไป
-
แนะนำให้ควรล้างทำความสะอาดทุก 2-3 เดือน หากใช้รถเป็นประจำ แต่หากไม่ค่อยได้ใช้งานก็สัก 5-6 เดือนก็ได้
-
หากไม่มั่นใจ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำยาซับเฉพาะจุด แทนการฉีดพ่น เพื่อป้องกันการเสียเสียต่อระบบไฟฟ้า
ข้อควรระวังในการทำความสะอาดเครื่องยนต์
-
ห้ามทำความสะอาดขณะเครื่องยังร้อน
-
หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง
-
อย่าฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าเครื่องยนต์โดยตรง
-
ควรทำความสะอาดเป็นระยะ ไม่ปล่อยให้คราบฝังแน่น
FAQ : คำถามที่พบบ่อย
Q1: สามารถล้างคราบน้ำมันเครื่องยนต์ด้วยตัวเองได้จริงหรือไม่?
A1: ได้ หากใช้น้ำยาขจัดคราบน้ำมันโดยเฉพาะและทำตามขั้นตอนอย่างถูกวิธี
Q2: คราบน้ำมันเก่ามากจะล้างออกไหม?
A2: สามารถล้างออกได้ แต่อาจต้องทำซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง
Q3: น้ำยาขจัดคราบน้ำมันทำให้เครื่องยนต์เสียหายหรือไม่?
A3: หากเลือกสูตรที่ปลอดภัยและไม่กัดกร่อน จะไม่ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย
Q4: ควรทำความสะอาดเครื่องยนต์บ่อยแค่ไหน?
A4: แนะนำทุก 6–12 เดือน หรือเมื่อพบคราบน้ำมันสะสม
การดูแลเครื่องยนต์ให้สะอาด ไม่เพียงทำให้รถดูใหม่อยู่เสมอ แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งาน และทำให้คุณตรวจสอบปัญหาได้ง่ายขึ้นในอนาคต แต่ถ้ายังรไม่รู้ว่าจะเลือกใช้น้ำยาล้างคราบน้ำมันตัวไหนดี เราขอแนะนำผลิตภัณฑ์น้ำยาขจัดคราบน้ำมัน Eco-Sense จาก Biomotor Thailand น้ำยาสลายคราบน้ำมันที่เหนียวเหนอะหนะ รวมถึงคราบสิ่งสกปกที่ติดอยู่ภายในเครื่องยนต์คุณ เพื่อให้เครื่องยนต์กลับมาสะอาด และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการถนอมและช่วยปกป้อง พร้อมยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ให้ยาวนานขึ้นด้วย ถ้าสนใจผลิตภัณฑ์ หรืออยากสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ https://www.biomotorthailand.com/







ที่อยู่